Museum of Underwater Art (MOUA) พิพิธภัณฑ์ใต้น้ำแห่งแรกและแห่งเดียวของซีกโลกใต้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ ที่หลายคนรอคอย แต่ด้วยการได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด – 19 ที่ต้องเลื่อนเปิดพิพิธภัณฑ์ จากกำหนดการเดิม ในเดือนเมษายน 2020 ไปเป็นช่วงปลายปี

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 4 สถานที่ชวนหลงไหลลองประเทสออสเตรเลีย เช่น The Strand ที่ทาวส์วิลล์, John Brewer Reef, Palm Island และ Magnetic Island

                จุดประสงค์ของการก่อตั้ง MOUA เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ให้ไได้รับความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศทางทะเลเพิ่มขึ้น โดยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ให้ประชาชนหันมาอนุรักษ์แนวปะการังมากขึ้น ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศออสเตรเลีย เริ่มที่ The Strand ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางทาวส์วิลล์ โดยจะติดตั้งผลงานศิลปะ และงานประติมากรรมตามแนวประการัง ที่สำคัญของประเทศออสเตรเลีย ‘Great Barrier Reef’ ออกแบบโดยช่างแกะสลักใต้น้ำชื่อดังระดับโลก ‘Jason deCaires Taylor’ ที่หลายคนคงจะคุ้นตาเกี่ยวกับผลงานของเขาเป็นอย่างดี

                 ผลงานประติมากรรมทั้งหมด จะยึดติดอยู่ใต้ ทะเลยกเว้นชิ้นแรก เป็นผลงานประติมากรรมที่ชื่อว่า “Ocean Siren” ซึ่งเป็นรูปปั้นเด็กหญิงชาวพื้นเมือง Wulgurukaba ชื่อว่า Takoda Johnson มีความสูง 15 ฟุต ติดตั้งเมื่อปี 2019 ตั้งอยู่ใกล้กับ Strand Jetty of Townsville ซึ่งรูปปั้นนี้ทำด้วยสแตนเลสอะคริลิคโปร่งแสง และไฟ LED 202 ดวง อีกทั้งชุดเครื่องบันทึกอุณหภูมิ ที่ติดตั้งอยู่รอบแนวปะการัง

             โดยสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งออสเตรเลีย จะป้อนข้อมูลไปยังรูปปั้น ทำให้สีของมันเปลี่ยนไป เมื่อมีอุณหภูมิของน้ำสูงขึ้น นักท่องเที่ยวจะได้พบกับประติมากรรมเปลี่ยนสีจากสีน้ำเงิน ที่แสดงถึงความสงบนิ่ง ไปเป็นสีส้ม และจะเปลี่ยนไปเป็นสีแดง เมื่ออุณหภูมิของน้ำที่สูงขึ้น ซึ่งหมายถึงสัญญาณอันตราย ที่กำลังเกิดขึ้นกับระบบนิเวศทางทะเลนั่นเอง

                 นอกจากนี้ยังมี “Coral Greenhouse” บน John Brewer Reef เป็นอาคารใต้น้ำแห่งแรกที่สร้างขึ้นโดยศิลปิน Jason deCaires Taylor และเป็นสิ่งติดตั้งใต้น้ำที่ใหญ่ที่สุดของ MOUA เป็นสถานที่แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการอนุรักษ์ และฟื้นฟูปะการัง พร้อมกับรูปปั้น ผู้พิทักษ์แนวปะการัง 20 ตัว ที่อยู่ในเรือกกระจกใต้น้ำ

             นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งงานประติมากรรมต่อไปอีกสองแห่ง คือ Palm Island เป็นชุมชนของชาวอะบอริจิน ที่ตั้งอยู่บนเกาะ Great Palm Island ที่ชาวบอริจิน เรียกกันว่า “Bwgcolman” ตั้งอยู่บนแนวปะการัง Great Barrier Reef ด้วยหาดทรายวีขาวสะอาดตา และน้ำใสดังคริสตัล ทิวทัศน์สวยงาม และยังมีแนวปะการังที่สมบูรณ์ที่สุด และเชื่อมโยงเรื่องราวทางวัฒนธรรมของชุมชน Palm Island คาดว่าจะมีการติดตั้งรูปปั้นปาล์มไอส์แลนด์ภายในเดือนมิถุนายน 2021

และ แพลนสุดท้าย ของการติดตั้งประติมากรรมใต้น้ำ นั่นก็คือ Magnetic Island เป็นเกาะที่มีหน้าร้อนเฉลี่ย 320 วันต่อปี อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Great Barrier Reef เหมาะที่จะเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับให้นักท่อเงี่ยวมาเยือนได้ตลอดทั้งปี ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ธันวาคม 2021 นี้ค่ะ

              หากนักท่องที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวออสเตรเลีย ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง อย่างเช่น เมืองแคนเบอร์ร่า ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศออสเตรเลีย เป็นผังเมือง ที่ประกอบด้วยรูปเรขาคณิตทรงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวงกลม สามเหลี่ยม หรือรูปหกเหลี่ยม และรอบล้อมไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด จนได้รับสมญานามว่า “Bush Capital” หรือเมืองในสวน นับว่าเป็นการออกแบบผังเมืองที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก