จากคำกล่าวขานที่ว่า “คาปรีเกาะที่สวยที่สุดในโลก” ทำให้อยากไปพิสูจน์ให้เห็นกับตา ว่าจะสวยขนาดไหน สวยสู้เกาะในทะเลไทยได้หรือเปล่า? และการไปเที่ยวเกาะคาปรี มีใจรักอย่างเดียวไม่ได้ต้องกระเป๋าหนักด้วย เพราะราคาตั๋วเรือเที่ยวเดียวสูงปรี๊ดถึง 26 ยูโรต่อคน

คาปรีเกาะที่สวยที่สุดในโลก

             Capri เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ในแคว้นที่ชื่อว่า Campania ซึ่งเกาะคาปรี เป็น เกาะสวรรค์ที่บรรดานักท่องเที่ยวทั่วโลก ใฝ่ฝันที่จะพักผ่อนกันที่นี่ เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศของธรรมชาติที่สวยงาม อีกทั้งสถาปัตยกรรม ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ที่ตั้งอยู่บริเวณไหล่เขา แต่งแต้มไปด้วยสีสันที่สดใส

               การเดินทางมาทัวร์อิตาลีที่ เกาะคาปรี เริ่มตั้นจากโรมต้องมาลงที่เมืองเนเปิลก่อน จากนั้นต่อเรือสู่เกาะคาปรี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็มาถึงเกาะคาปรี ซึ่งสวยตามท้องเรื่องจริงๆ และในทริปการสำรวจครั้งนี้ จะใช้เวลาทัวร์แค่วันเดียว จึงเป็นการสำรวจเกาะที่เร็วที่สุดคือ การซื้อทัวร์รอบเกาะ ใช้เวลาทัวร์ประมาณ 2 ชั่วโมง ค่าใช้จ่าย 18 ยูโร/คน หลังจากที่ออกเรือ เราได้เห็นความสวยของสีน้ำทะเลที่เป็นสีฟ้าใสมาก ๆ และตลอดทางได้เห็นหน้าผา วิลล่า ภูเขาหินรูปร่างแปลกตา และเรือลำอื่น ๆ มากมาย ทั้งเรือส่วนตัว และเรือท่องเที่ยว

Blue Grotto

และไฮไลท์ของที่นี่ ก็คือ Blue Grotto หรือถ้ำไพลิน เรือทัวร์รอบเกาะ แล้วก็มาจอดที่หน้า Blue Grotto หรือถ้ำไพลิน เนื่องจากจะมีถ้ำขนาดเล็ก จะเข้าไปชมด้านในต้องไปโดยเรือแจวเท่านั้น คนแจวเรือจะมารับเราที่เรือใหญ่ แล้วไปจ่ายค่าเข้าให้เจ้าหน้าที่ ราคาค่าเข้าถ้ำคนละ 10 ยูโร แล้วคนแจวจะพาเราเข้าไปชมภายในถ้ำ ถึงก่อนที่เราจะเข้าไปชมด้านใน คนแจวจะบอกกับเราว่า ถ้าหากถูกใจบริการของเขาค่อยให้ทริป

และเมื่อเข้ามาภายในถ้ำ ด้านในมืดมาก เห็นก็แต่น้ำทะเลที่เป็นสีฟ้าใสเหมือนเรืองแสงได้ ซึ่งขณะแจวเรือชมถ้ำ คนแจวจะร้องเพลงขับกล่อมให้ผู้มาเยือนได้ฟัง เราสามารถเอามือกวักน้ำทะเลเล่นได้ คนแจวเรือพาผมพายวนสองรอบ แล้วออกจากถ้ำใช้เวลาอยู่ในนั้นไม่ถึง 2 นาที ซึ่งก่อนกลับ แนะนำว่าควรมีสติให้มาก เพราะคนแจวเรือ อาจจะโน้มน้าวให้คุณต้องจ่ายหนักเลยทีเดียว ถ้าคุณไม่พอใจในบริการ ก็ไม่ให้ก็ได้

หลังจากทัวร์รอบเกาะแล้ว เราจะนั่งรถรางขึ้นไปชมความงามของเกาะดาปรีด้านบนของเมืองกันบ้างค่ะ ซึ่งที่นี่ เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนม ร้านขายของท้องถิ่น ร้านขายน้ำมะนาวปั่น ที่นับเป็นของดีต้องลองของคาปรีเชียวนะ ยิ่งอากาศร้อนๆ แบบนี้ ยิ่งต้องจัด ซึ่งตกแก้ว 5.5 ยูโนเชียว

Augustus Garden

และปิดท้ายทริปนี้ด้วย “Augustus Garden” ในอดีตเป็นสวนของเศรษฐีชาวเยอรมัน มีดอกไม้นานาพันธุ์ ต้นไม้ใหญ่ให้นั่งหลบแดดเป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวท้องทะเล เกาะคาปี โขดหิน และเรือหลายลำลอยอยู่เต็มอ่าว ซึ่งก็นับว่าเป็นภาพที่น่าประทับใจ ก่อนที่เราจะโบกมือลาเกาะคาปรี เปรียบได้กับ เกาะแก้วพิสดารสไตล์อิตาลี เหมาะกับสายสโลฟ์อย่างแท้จริง

Extra tips :

  • เดือนที่เหมาะกับการมาเยือนคาปรีมากที่สุดคือในราวเดือนสิงหาคมของทุกปี เพราะเป็นช่วงที่แสงแดดสวยและอิ่มอุ่นที่สุด อีกทั้งรสชาติอาหารจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนช่วงนี้ ถือว่าอร่อยที่สุดด้วย
  • เครื่องดื่มที่น่าลองที่สุด คือ น้ำมะนาวที่คั้นสด ๆ ที่เสิร์ฟพร้อมกับเกล็ดน้ำแข็งสุดฉ่ำ ซึ่งจะได้รสชาติที่เปรี้ยวหวานกลมกล่อมกำลังดี เพราะคาปรีขึ้นชื่อว่าเป็นถิ่นของมะนาวที่มีรสดีที่สุดในโลกนั่นเอง
  • คาปรีขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ของสินค้าแบรนด์เนมสุดหรู และราคาแพงระยับ! (บอกแล้วว่ากระเป๋าต้องหนัก)
  • ที่พักราคาย่อมเยา จะตั้งอยู่ในย่านอนาคาปรี ส่วนที่พักในย่านคาปรี จะสงวนไว้เฉพาะผู้มีอันจะกิน เท่านั้น เนื่องจาก ราคาที่สูงปรี๊ดด และถ้าหากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ราคาจะสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวเลยล่ะค่ะ