อ่าวพระนาง

         ” อ่าวพระนาง” เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกระบี่ ชาวต่างชาตินิยมมานอนอาบแดด และออกกำลังกายริมชายหาด น้ำทะเลจะไม่ใสเท่าไหร่นักแต่ก็สามารถเล่นน้ำได้ แนะนำว่าควรเล่นน้ำทางฝั่งซ้ายของหาด เพราะตรงกลางหาดอ่าวนาง เป็นจุดต่อเรือของ One day trip ที่ไปยังเกาะ และ หาดต่างๆ เช่น ทะเลแหวก เกาะห้อง เกาะพีพี อ่าวมาหยา หาดไร่เลย์ หาดถ้ำพระนาง ฯลฯ

           “หาดอ่าวนาง” ตั้งอยู่ที่ ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ในเขต อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี มีพื้นที่ชายหาดยาว 2 กิโลเมตร สุดหาดทางด้านขวาเป็นปากน้ำกั้นหาดอ่าวนางกับหาดนพรัตน์ธารา สุดหาดทางด้านซ้ายเป็นภูเขาหินปูน ที่กั้นหาดอ่าวนางกับหาดไร่เลย์ และไฮไลท์สำคัญ ที่ฮือฮากันมากในโซเชียลกับ” รูปปั้น ยายสา” ที่ รอคอยสามี ด้วยความศรัทธาในความรักด้วยความหวัง ผลงานศิลปะของ คุณคามิน เลิศชัยประเสริฐ ซึ่งเป็นที่พูดถึงกันอย่างแพร่หลายในโซเชียล และกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ในการท่องเที่ยวที่อ่าวนางเลยทีเดียว^^

ยายสา

 

“ยายสา” คือ หญิงสาวผู้ศรัทธาในความรัก และความซื่อสัตย์ ที่ยืนคอยรอสามีของเธอ ที่ล่องเรือสู่ท้องทะเลออกไปผจญภัย เพื่อหาประสบการณ์ ยายสาก็ได้แต่รอคอยสามี ด้วยความหวังกับทะเลอันแสนว่างเปล่า รูปปั้น ยายสา กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวดังในอ่าวนาง ให้นักท่องเที่ยวได้มาชมพระอาทิตย์ตกพร้อมกับยายสา และได้ถ่ายรูปสวยๆ กลับมาอีกด้วย ถึงแม้จะเป็นความสวยปนๆ กับความหลอน แต่ก็เป็นเสน่ห์ดึงดูดใจมากเลยค่ะ

             “อ่าวพระนาง” ยังมีสถานที่เที่ยวอีกมากมายรวมไว้ที่นี่ ทั้งเกาะเล็กๆ มากมาย เช่น เกาะเป๊ะใน เกาะเสม็ด เกาะแร้ง เกาะด้ามขวาน เกาะหนู ฯลฯ ชายหาดสำคัญ ได้แก่ หาดอ่าวนาง หาดนพรัตน์ธารา และหาดไร่เล เป็นต้น ลักษณะเด่นของหมู่เกาะในทะเล อ่าวนาง เต็มไปด้วยเกาะแก่งมีทิวทัศน์โดยรอบสวยงามแปลกตากว่าหาดอื่นๆ และด้านหนึ่งของอ่าวเป็นภูเขา มีถ้ำ เรียกว่า “ถ้ำพระนาง” ภายในถ้ำจะเป็นหินงอก หินย้อย สลับซับซ้อนเป็นชั้นๆ นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ ถ้ำพระนาง ที่เล่าต่อกันมาอีกด้วย เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปดูกันต่อเลยค่ะ

ตำนานอ่าวพระนาง

            มีตำนานเล่าว่า มีหมู่บ้านใหญ่ 2 หมู่บ้าน อยู่ริมฝั่งทะเล โดยหมู่บ้านแรก จะมีหัวหน้าชื่อ “ตายมดึง” และเมียชื่อ “ยายรำพึง” ส่วนอีกหมู่บ้านหนึ่ง หัวหน้าหมู่บ้านชื่อ “ตาวาปราบ” เมียชื่อ “บามัย” มีลูกชายชื่อ “บุญ” ซึ่งทั้งสองหมู่บ้านนี้ เป็นอริต่อกันมาตลอด

             ยายรำพึงเกิดอยากมีลูกสาว จึงได้ไปขอพรกับพญานาค ผู้เป็นเจ้ารักษาท้องทะเล ให้ดลบันดาลลูกสาวให้ตน แต่มีข้อแม้ว่า เมื่อนางโตเป็นสาว จะต้องแต่งงานกับลูกชายของพญานาค ที่มักแปลงกายเป็นมนุษย์ขึ้นมาท่องเที่ยวอยู่เสมอ หลังจากนั้น ยายรำพึงก็ท้อง และได้ลูกสาว จึงต้องชื่อว่า “นาง” ครั้นเมื่อ “นาง” โตเป็นสาว ก็กลายเป็นที่หมายปองของ “บุญ” จากนั้น “บุญ” จึงได้ขอให้พ่อของตนไปสู่ขอ “นาง”กับพ่อของนาง ฝ่ายพ่อของนางก็ยอมตกลง และหวังที่จะให้ลูกสาวได้เป็นฝั่งเป็นฝา โดยลืมสัญญาที่ให้ไว้กับท่านพญานาค 

             เมื่อถึงวันแต่งงาน “บุญ” ก็ได้จัดขบวนขันหมากยิ่งใหญ่ยาวเหยียดมาทางชายทะล นำโดย “ตาวาปราบ” ที่สะพายดาบไว้บนบ่าทั้งซ้าย ขวา เล่มหนึ่งใหญ่ เล่มหนึ่งเล็ก แต่ในขณะนั้น พญานาคที่แปลงกายมาเป็นมนุษย์ เข้าแย่งชิงเจ้าสาว จนเกิดเหตุฆ่าฟันกัน แต่พญานาคก็ยังแย่งชิงไม่สำเร็จ “ตายมดึง” เห็นท่าไม่ดี จึงได้พา “นาง”หนี แต่ “ตาวาปราบ” เห็นจึงขัดขวาง โดยขว้างดาบใหญ่หวังฆ่า “ตายามดึง” แต่ไม่ถูก และขว้างต่อด้วยดาบเล็ก แต่ก็ยังไม่ถูกเป้า

                 เหตุการณ์เดือดร้อนไปจนถึง พระฤาษีซึ่งบำเพ็ญตบะอยู่ในถ้ำออกมาห้ามปราม แต่ไม่มีใครฟัง พระฤๅษีโกรธมาก จึงได้สาปให้ทุกอย่างกลายเป็นหิน ไม่ว่าจะเป็น จะเป็นผู้คน เครื่องใช้ บ้านเรือน กลายเป็น ภูเขา ถ้ำ เกาะต่างๆ เช่น เรือนหอกลายเป็นถ้ำ เรียกว่า “ถ้ำพระนาง” , บ้านเจ้าสาวกลายเป็น ภูเขา และข้าวเหนียวมะม่วงหกกระจายกัน ก็กลายเป็นเปลือกหอย ต่อมากลายเป็น “สุสานหอย” ส่วนฝ่ายพญานาค ที่พยายามกระเสือกกระสนลงทะเล บริเวณรอยที่กลิ้งเกลือก เรียก “หนองทะเล” แต่ไปไม่ถึงจึงกลายเป็นหินทางด้านเหนือ ชาวบ้านเรียกว่า “หงอนนาค”

ซึ่งปัจจุบันอ่าวพระนางก็เต็มไปด้วย ชายหาดมีทรายขาวละเอียดปะปนด้วยเปลือกหอยชิ้นเล็กๆทับถมกันเป็นชั้นๆมากมาย ทั้งเกาะแก่งที่มีลักษณะเด่นทางธรณีวิทยา และ “ถ้ำพระนาง” ซึ่งมีหินงอกหินย้อยสลับซับซ้อนเป็นชั้นๆ สวยงาม นอกจากนี้ อ่าวพระนาง ยังมีภูเขา ชายหาดต่างๆ อีกมากมาย ควรค่าแก่การมาเที่ยวชมสุดๆ เลยค่ะ